Phantom จาก DJI พลิกวงการโดรน

Telegram แอปพลิเคชัน social media ที่น่าจับตามอง
December 29, 2020
เรียนรู้เทคนิคของ AI ในการทำ machine learning
January 21, 2021

Phantom จาก DJI พลิกวงการโดรน

ในปี 2010 YouTube ทำให้เราสามารถสร้างและเสพเนื้อหาจากนักทำคอนเทนต์มือสมัครเล่นจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยต่อมากล้อง GoPro ก็ได้เข้าสู่ตลาดของกีฬาโลดโผน ด้วยขนาดที่เล็กและราคาที่ไม่แพง ทำให้หลายๆคนนำไปจับภาพในมุมมองที่คนไม่เคยได้เห็นขณะเล่นกีฬาได้ ทว่าก็ยังไม่สามารถบันทึกภาพทางอากาศได้ แน่นอนว่าบริษัทที่มีเงินทุนอย่าง Red Bull สามารถที่จะใช้เครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์เพื่อถ่ายภาพจากมุมสูงได้ แต่สำหรับผู้เล่นรายย่อยนั่นแทบไม่มีโอกาสทำแบบนั้น จึงเกิดไอเดียการนำเอากล้อง GoPro มาใช้ร่วมกับรีโมทควบคุมระยะไกล เฮลิคอปเตอร์ หรือแม้กระทั่งลูกโป่ง เพื่อให้ได้ภาพที่หายากนั้น แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการควบคุมอยู่ และในที่สุด DJI ได้เปิดตัวโดรน Phantom ในปี 2013

บิล เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ Gartner บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยทางธุรกิจกล่าวว่า “DJI เป็นหนึ่งในบริษัทแรกที่เข้าใจว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการโดรนเพื่อการถ่ายภาพ” เขาว่าการสร้างโดรนที่ใช้งานง่ายเป็นความสำเร็จของ DJI เพราะมันไม่เพียงดึงดูดนักบินโดรนมือสมัครเล่นแต่ยังดึงดูดช่างภาพอีกด้วย โดย Phantom เป็นโดรนสี่ใบพัดตัวแรกที่มีการเอาเทคโนโลยี gyro และ GPS มาใช้เพื่อรักษาสมดุลการบิน ซึ่งโดรนสี่ใบพัดปกตินั้นควบคุมยากแม้กับมืออาชีพ เพราะมักเกิดการกระตุกที่อาจทำให้สูญเสียการควบคุมและทำให้เครื่องตกในที่สุด

ดังนั้น Phantom จึงถูกออกแบบมาพร้อมกับ IMU (หน่วยตรวจวัดความเคลื่อนใหวภายใน) ซึ่งช่วยให้การควบคุมอยูในสมดุล IMU สามารถพบได้ในเครื่องบินขนาดใหญ่ (ทั้งแบบมีนักบินและแบบอัตโนมัติ) ในมือถือ และอุปกรณ์สวมใส่ และมีการรวม GPS และเข็มทิศดิจิตอลเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้เราไม่ต้องจินตนาการเพื่อควบคุมการบินอีกต่อไป เพราะเราสามารถรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดจากตำแหน่ง GPS ทำให้โดรนกลายเป็นกล้องลอยฟ้าอย่างแท้จริง นอกจากนี้มันยังมีระบบการบินกลับอัตโนมัติและบินย้อนกลับในกรณีที่สัญญาณขาดหายได้อีกด้วย

ด้วยราคาเพียง $679 ทำให้มันเป็นโดรนที่ใครๆก็สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นตากล้องมือโปร มือสมัครเล่น หรือแค่คนที่สนใจอยากเห็นภาพจากมุมสูงก็ตาม ทว่า Phantom รู่นแรกไม่ได้มาพร้อมกับกล้อง มันถูกออกแบบมาพร้อมกับเต้าเสียบกล้อง GoPros Hero ซึ่งในขณะนั้นสามารถบักทึกภาพ 1080p HD ได้เท่านั้น Phantom รุ่นใหม่จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมา

โดรน Phantom 2 ได้ถูกเปิดตัวอีกครั้งในปีเดียวกัน โดยมีระยะบินไกลขึ้นถึง 2 เท่า จากการบิน 10 นาทีเป็น 25 นาที และระยะบินมากถึง 1000 เมตร และPhantom 2 Version+ ยังเป็นโดรนตัวแรกที่มาพร้อมกับกล้อง 1080p และกิมบอล 3 แกน ที่ช่วยกำจัดปัญหาการถ่ายภาพที่กระตุกและกระชากจากการบินได้โดยปริยาย

นอกจากกล้องแล้ว Phantom 2 Version+ ยังมาพร้อมกับการควบคุมระยะไกลผ่าน Wi-Fi ทำให้สามารถเชื่อมภาพจากโดรนเข้ากับโทรศัทพ์หรือแท็ปเล็ต ทำให้สามารถมองเห็นและควบคุมง่ายขึ้นอีกด้วย

นี่ไม่ใช่นวัตกรรมธรรมดา แต่เกิดจากการทดลองและค้นคว้าของ DJI ที่ทำให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้อย่างรวดเร็ว และได้กลายมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดซึ่งกินส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกไปมากกว่า 70% เนื่องด้วยที่ตั้งของสำนักงานใหญ่อยู่ใกล้กับโรงงานผลิตชิ้นส่วนในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ทำให้พวกเขาสามารถออกแบบ ทดลอง และปรับปรุงโดรนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอชิ้นส่วนจากโรงงานหรือใช้ชิ้นส่วน 3D ปริ้นท์อย่างบริษัทอื่น ๆ

ทุกวันนี้ DJI ก็ยังคงเป็นที่นิยม แต่ความเสถียรของโดรนได้ขยายไปยังโดรน Mavic  โดย Mavic Air 2 มีระยะการบินกว่า 6 ไมล์หรือ 34 นาที มันสามารถเคลื่อนที่ตามคุณและเคลื่อนไหวหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เอง และยังสามารถจับภาพวิดีโอ 4K/60 fps ได้อีกด้วย โดยทั้งหมดนี้สามารถหาซื้อได้ในราคาสบายกระเป๋า

 

ที่มา: www.popularmechanics.com

แปลโดย: Pitsinee APS

Comments are closed.